โรคเริม คือ? มีสาเหตุและวิธีการป้องกันอย่างไร

โรคเริม เป็นโรคอีกชนิดหนึ่งที่สามารถพบได้บ่อยมาก และ เป็นโรคติดเชื้อทางผิวหนังที่ผู้ป่วยเป็นแล้วจะมีความรู้สึกอาย และ ไม่กล้าไปโรงพยาบาล ซึ่งโรคนี้เป็นโรคที่สามารถเกิดขึ้นได้กับบุคคลทั่วไปไม่ว่าจะทั้งชาย และ หญิง หากมีสุขภาพร่างกายอ่อนแอก็สามารถรับเชื้อจากการติดต่อได้โดยการสัมผัสกับผู้ที่เป็นโรคนี้ได้ หรือ มีการรับประทานอาหารร่วมกัน การใช้สิ่งของร่วมกัน รวมไปจนถึงการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ป่วยในช่วงที่ร่างกายอ่อนแอ แม้กระทั่งการสัมผัสสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆในที่สาธารณะก็อาจทำให้ได้รับเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้เช่นกัน

โรคเริม เกิดจากการติดเชื้อไวรัส 2 ชนิด

เป็นโรคที่เกิดขึ้นจากการติดเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งของผิวหนัง และ เยื่อเมือกต่างๆในร่างกาย ซึ่งเป็นโรคที่สามารถติดต่อ และ สามารถรับเชื้อโดยการสัมผัสโดนน้ำเหลืองจากตุ่มโรคเริม เช่น การดื่มน้ำแก้วเดียวกับผู้ป่วย การใช้ลิปสติกแท่งเดียวกับผู้ป่วย หรือ มีน้ำเหลืองติดอยู่ นอกจากนี้สามารถติดต่อได้ทางเพศสัมพันธ์อีกด้วยเช่นกัน และ เมื่อได้รับเชื้อมาแล้วในครั้งแรกเชื้อไวรัสก็จะเข้ามาสะสมในปมเส้นประสาท โดยยังไม่แสดงอาการแต่อย่างใด แต่หากเมื่อใดก็ตามที่มีปัจจัยเข้ามากระตุ้นเชื้อก็จะเริ่มเคลื่อนจากปมประสาทมายังเส้นประสาท และ เกิดโรคที่บริเวณผิวหนัง หรือ เยื่อบุ ซึ่งการเกิดโรคสามารถพบได้ในหลายตำแหน่ง แต่ตำแหน่งที่มักพบได้บ่อยที่สุด คือบริเวณริมฝีปาก หรือ บริเวณอวัยวะเพศนั่นเอง

โรคเริมเกิดจากการติดเชื้อไวรัสตระกูล Herpes Simplex virus หรือ ซึ่งมีอยู่ 2 ชนิด คือ

  • Herpes simplex virus-1 (HSV-1) ไวรัสชนิดนี้เป็นไวรัสที่ทำให้เกิดการติดเชื้อในบริเวณปาก และ สามารถติดต่อผ่านการสัมผัสกับผู้ป่วยที่มีเชื้อไวรัสได้ ไม่ว่าจะเป็นทางตรง หรือ ทางอ้อมก็ตาม เช่น การโดนแผล การดื่มน้ำแก้วเดียวกัน การรับประทานอาหารร่วมกันการจูบ หรือ การใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกัน
  • Herpes Simplex virus type-2 (HSV-2) เชื้อไวรัสชนิดนี้ทำให้เกิดการติดเชื้อในบริเวณอวัยวะเพศทั้งชาย และ หญิง เช่น ในบริเวณถุงอัณฑะ ช่องคลอด ปากมดลูก ทวาน ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสที่สามารถติดต่อได้โดยการมีเพศสัมพันธ์ เนื่องจากเป็นการสัมผัสกับเชื้อไวรัสโดยตรง

อาการของโรคเริม

ในผู้ที่ติดเชื้อครั้งแรกนั้นมักจะไม่แสดงอาการ แต่อาจจะเกิดตุ่มน้ำ และ เมื่อตุ่มน้ำแตกก็จะมีอาการเจ็บ แสบ ปวดร้อน หลังจากนั้นแผลก็จะค่อยๆหายภายใน 2- 6 สัปดาห์ หรือ อาจจะมีอาการไข้ ปวดศีรษะ ซึ่งการเกิดเริมนั้นสามารถเกิดขึ้นได้หลายครั้งโดยอาการครั้งต่อมามักจะเกิดคล้ายกับครั้งแรก แต่ความรุนแรงจะน้อยกว่า และ มักจะซ้ำกับจุดเดิม แต่มักจะมีไข้ร่วมด้วย ซึ่งการเกิดเริมสามารถเกิดได้หลายจุดได้แก่ เริ่มที่ริมฝีปาก เริมในปาก เริมที่มุมปาก เริมที่ขา เริมที่ตา เริมที่คอ และ เริมที่อวัยวะเพศ

วิธีการป้องกันโรคเริม

  • ควรดื่มน้ำ และ พักผ่อนให้เพียงพอ
  • ควรหลีกเเหลี่ยงการสัมผัส และ ใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น
  • เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง
  • ควรดูแลสุขอนามัยพื้นฐานอย่างดี และ หมั่นล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ
  • หลีกเหลี่ยงปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดเริมซ้ำ
  • หลีกเหลี่ยงการสัมผัสผู้ป่วยทั้งการใช้สิ่งของร่วมกัน การรับประทานอาหารร่วมกัน การดื่มน้ำร่วมกัน และ การมีเพศสัมพันธ์
  • ควรสวมถุงยางอนามัยทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์ เพื่อลดโอกาสในการเกิดโรคติดต่อ

Related Posts