อาการนอนกรน ภัยร้ายที่คุณไม่ควรมองข้าม กับ วิธีแก้ปัญหาเบื่อต้นด้วยตัวคุณเอง

อาการนอนกรนเป็นอาการที่สามารถเกิดขึ้นได้ตามปกติตามธรรมชาติ โดยเมื่อคนเรานอนหลับพักผ่อนกล้ามเนื้อในบริเวณต่างๆก็จะมีการหย่อนตัว หรือ เกิดการคลายตัวลง ซึ่งในส่วนของอวัยวะในบริเวณช่องทางเดินหายใจนั้นจะหย่อนลงมา และ ทำให้ทางเดินหายใจตีบ หรือ แคบลงได้ โดยเฉพาะในเวลาที่เรานอนหงายพอช่องทางเดินลมหายใจนั้นแคบลงก็ส่งผลให้ขณะเวลาที่เราหายใจเอาอากาศเข้าไปผ่านทางช่องแคบนี้ ก็จะทำให้กล้ามเนื้อในบริเวณดังกล่าวเกิดการกระพือ และ สั่นสะเทื่อนขึ้น ก็จะทำให้เกิดเป็นเสียงกรนขึ้น

เสียงกรนนั้นมักมีความแตกต่างออกกันไป โดยจะขึ้นนอยู่กับตำแหน่งของอวัยวะที่เกิดการสั่นด้วยเช่นกัน ซึ่งถ้าเกิดการสั่นที่บริเวณเพดานออ่น หรือ ลิ้นไก่ ก็มักจะทำให้เกิดเสียงกรนขึ้น ในลำคอ และ ถ้าเกิดการสั่นที่เนื้อเยื่อออ่นด้านหลังโพรงจมูกก็จะทำให้เกิดเสียงกรนขึ้นที่ขึ้นจมูกเป็นต้น

อาการนอนกรน มี ดังนี้ 

อาการนอนกรนเกิดจากช่องทางเดินหายใจส่วนต้นนั้นเกิดการตีบแคบลง และ ทำให้ลมหายใจที่ผ่านเข้ามาในบริเวณช่องแคบเกิดการกระพือขึ้นจึงทำให้เกิดเป็นเสียงกรน สามารถทำการแบ่งอาการนอนกรนออกเป็น 2 ประเภท คือ อาการนอนกรนธรรมดา และ อาการนอนกรนอันตราย โดยทั้งสองประเภทนี้มีความแตกต่างกัน ดังนี

  • อาการนอนกรนธรรมดา เป็นอาการที่ไม่อันตราย เพราะไม่มีภาวะการหยุดหายใจขณะหลับร่วมด้วย ซึ่งสาเหตุก็เกิดจากการตีบแคบของช่องทางเดินหายใจเพียงบางส่วนที่ไม่ได้ปิดสนิททั้งหมด จึงทำให้มีอากาศไหลผ่านเข้าสู่ร่างกายเราได้โดยผ่านทางช่องแคบ และทำให้เกิดเป็นเสียงกรน

โดยส่วนใหญ่แล้วผู้ป่วยก็มักจะไม่เดือดร้อน เพราะเป็นอาการที่ไม่มีผลกระทบกับผู้ป่วยโดยตรง แต่มักจะมีผลกระทบต่อคนรอบข้าง เพราะเสียงกรนของคุณนั้นอาจทำให้ใครหลายๆคนเกิดความรำคาญ และ นอนไม่หลับได้เลยทีเดียว

  • อาการนอนกรนอันตราย เป็นอาการที่อันตราย เพราะมีภาวะการหยุดหายใจขณะหลับร่วมด้วย โดยจะมีผลกระทบเป็นอย่างมากหากไม่ได้ทำการรักษาอย่างถูกวิธี ก็จะมีอาการง่วงมากแบบผิดปกติในช่วงเวลากลางวัน ซึ่งอาจทำให้เป็นอันตรายได้ต่อการใช้ชีวิตประจำวัน และ ส่งผลไปถึงการเกิดโรคภัยอื่นๆได้เช่นกัน โดยโรคที่มีความเกี่ยวข้องก็จะเป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันจากการขาดเลือด และ ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ รวมไปถึงโรคความดันโลหิตในปอดสูง

ส่วนมากอาการนอนกรนนั้นมักจะพบได้มากใน ผู้ชาย โดยสถิติของคนนอนกรนในไทยแล้ว พบว่าผู้ชายมีมากถึง 20-30% เลยทีเดียว ส่วนผู้หญิงนั้นพบอยู่ที่ 10-15% เท่านั้น ส่วนใหญ่จะพบมากในวัยทำงาน ส่วนในคนที่มีอาการรุนแรงในการนอนกรนนั้นพบสูงสุดอยู่ที่ 5% และ ยังพบอาการนอนกรนในเด็กอีกเช่นกัน ไม่ว่าเพศไหนก็มีโอกาศที่จะเกิดอาการนอนกรนได้เหมือนกัน ถึงแม้ผู้หญิงจะมีอาการนอนกรนที่ไม่รุนแรงเท่าในผู้ชาย แต่ส่วนใหญ่แล้วผู้หญิงก็มักจะอายหากรู้ว่าตัวเองนอนกรนก็ถือเป็นอีกหนึ่งปัญหาเลยทีเดียว เพราะอาจทำให้เสียความหมั่นใจ และ เสียบุคลิกภาพ รวมไปถึงความอับอายได้อีกด้วย 

สาเหตุของอาการนอนกรน 

  • เกิดจากน้ำหนักตัวที่มาก หรือ เกินเกณฑ์มาตฐาน
  • มีไขมันในช่องคอที่หนา
  • การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้กล้ามเนื้อหย่อนได้
  • อายุที่เพิ่มขึ้น
  • การสูบบุหรี่เป็นประจำ
  • ความเหนื่อยล้า
  • การนอนหงายเป็นประจำ
  • มีช่องจมูกที่คด
  • มีช่องจมูกที่ตีบตัน เพราะเกิดจากอาการภูมิแพ้
  • การรับประทานยาบางชนิด ซึ่งอาจทำให้เกิดการระคายเคืองในบริเวณทางเดินหายใจ
  • การมีสรีระที่ผิดปกติ เช่นมีลิ้นไก่ที่ใหญ่กว่าปกติ และ มีโคนลิ้นอ้วน

 วิธีแก้อาการนอนกรนด้วยตนเอง

  • ให้ทำการปรับเปลี่ยนท่านอน
  • ซึ่งการนอนหงาย เป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้กับการนอนกรนมากขึ้น เพราะการนอนหงายนั้นเป็นการเพิ่มโอกาสให้กล้ามเนื้อที่อยู่ภายในช่องปากนั้้นเกิดการหย่อยคล้อยจนทำให้ไปปิดกั้นทางเดินหายใจ โดยแนะนำให้เปลี่ยนมานอน ท่าตะแคง จะดีกว่าการนอนหงาย
  • การลดความอ้วนถือเป็นอีวิธีที่ช่วยแก้อาการนอนกรนได้เช่นกัน เพราะคนอ้วนส่วนใหญ่นั้นมีโอกาสเกิดอาการนอนกรนได้มากกว่าคนผอม สาเหตุหลักๆก็มาจาก ไขมันที่สะสมอยู่ในบริเวณของ ช่องคอ ที่มีความหนาแน่นขึ้น จึงทำให้ไปปิดกันทางเดินหายใจ และ ทำให้อากาศที่ผ่านเข้าไปได้บางส่วนทำให้อวัยวะเกิดการสั้่นสะเทือน และ ออกมาเป็นเสียงกรน
  • ควรงด ดื่ม ชา กาแฟ และ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • เป็นอีกอย่างที่ช่วยในการเพิ่มความเสี่ยงในการหย่อนคล้อยของกล้ามเนื้อบริเวณลำคอ ซึ่งเป็นสาเหตุที่นำไปสู่ภาวะการนอนกรนได้
  • หลีกเหลี่ยง หรือ งดการสูบบุหรี่
  • เพราะการสูบบุหรี่นั้นทำให้เนื้อเยื่อของทางเดินหายใจนั้นมีอาการ บวม หรือ เกิด อาการคัดจมูก ซึ่งส่งผลให้เกิดการหายใจติดขัด และ นำไปสู่อาการนอนกรน ในที่สุด
  • การนอน และ การพักผ่อนไม่เพียงพอ เมื่อร่างกายนนั้นเกิกการพักผ่อนไม่เพียงพอแล้วละก็ จะส่งผลให้ร่างกายเกิดความอ่อนล้า และ เกิดภาวะการหย่อนตัวของกล้ามเนื้อบริเวณลำคอ โดยที่เราไม่รู้ตัว จึงเป็นที่มาของอาการนอนกรน
  • การหลีกเหลี่ยงการรับประทานยาบางชนิด เพราะยาบางชนิดอาจทำให้กล้ามเนื้อบริเวณลำคอนั้นเกิดการหย่อนตัวมากยิ่งขึ้น โดยประเภทยาที่พบมักจะเป็น ยานอนหลับ ยาระงับประสาท และ ยาแก้แพ้บางชนิด
  • การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • เป็นการช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของร่างกาย และ ความตึงตัวของกล้ามเนื้อบริเวณคอหอย และ ยังสามารถช่วยลดการอุดกั้นของบริเวณทางเดินหายใจได้อีกด้วย

สำหรับผู้ที่รักษาสุขภาพ และ ต้องการดูแลตัวเอง หรือ ต้องการเล่น คาสิโนออนไลน์ ก็สามารถไปเล่นได้ที่เว็บ ufa.thai.co

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *