ต่อมทอมซิลอักเสบ คือ? เกิดจากสาเหตุใดและมีอาการอย่างไร

ต่อมทอมซิลอักเสบ สามารถได้บ่อยทั้งในเด็ก และ ผู้ใหญ่ ซึ่งผู้ป่วยจะมีอาการมากน้อยแตกต่างกันออกไป โดยส่วนใหญ่นั้นจะมาด้วยอาการเจ็บคอ ซึ่งอาการเจ็บคอส่วนมากนั้นเกิดจาก คออักแสบ มีอาการอักเสบอยู่บ่อยๆ และ เป็นอยู่ๆหลายๆครั้งภายในปีเดียว อาจเรื้อรังจนรุนแรงได้ โดยสามารถแบ่งออกเป็นกลุ่มโรคติดเชื้อ และ ไม่ติดเชื้อ ส่วนใหญ่จะเกิดจากเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ รวมไปถึงเชื้อไวรัสต่างๆอีกหลายชนิด แต่บางส่วนอาจเกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่มีอยู่ด้วยกันหลายชนิด และ บางส่วนที่เป็นส่วนน้อยอาจเกิดจากการติดเชื้อรา ซึ่งมักจะพบได้ในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต้านทานโรคต่ำ

ต่อมทอมซิลอักเสบ มีอาการร้ายแรงกว่าที่คุณคิด?

ต่อมทอมซิล คือ เนื้อเยื่อของต่อมน้ำเหลืองที่อยู่ภายในมีเม็ดเลือดขาวหลายชนิดซึ่งจะอยู่ในบริเวณของลำคอทั้งสองข้าง มีหน้าที่ในการดักจับ และ ทำการกำจัดเชื้อโรคที่จะเข้าสู่ทางเดินหายใจ และ ทางเดินอาหาร โดยมีบทบาทบางส่วนในการสร้างภูมิคุ้มกัน ซึ่งปัญหาที่สามารถพบบ่อย คือ ต่อมทอนซิลเกิดการอักเสบ หรือ ต่อมทอนซิลมีขนาดโตผิดปกติ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการหายใจ และ การกลืนอาหารของผู้ป่วย

อาการของต่อมทอมซิลอักเสบ

  • มีอาการเจ็บคอ
  • เสียงแหบ
  • รู้สึกปวดศรีษะ ตาแดง
  • กลืนลำบาก
  • มีอาการไข้ และ มีไข้ขึ้นสูง
  • รู้สึกปวดเมื่อยตามตัว
  • มีอาการอ่อนเพลีย และ รู้สึกเบื่ออาหาร
  • มีกลิ่นปาก
  • มีอาการท้องเดิน หรือ ถ่ายเหลวร่วมด้วย

ส่วนใหญ่แล้วเกิดมาจากเชื้อไวรัสที่ไม่รุนแรง และ สามารถหายได้เอง ซึ่งในกรณีที่มีอาการเฉียบพลันต่อมทอมซิลอักเสบเป็นหนอง ผู้ป่วยจะมีอาการไข้สูงเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน มีอาการหนาวสั่น รู้สึกปวดศรีษะ และ อาจมีอาการปวดร้าวขึ้นไปที่หู ซึ่งในบางรายอาจมีอาการปวดท้อง หรือ อาเจียนร่วมด้วย

หากพบว่ามีอาการเหล่านี้ หรือ ข้อใดข้อหนึ่งควรรีบไปพบแพทย์ทันที โดยเฉพาะผู้ที่มีไข้เกิน 4 วัน และ อาการยังไม่ดีขึ้นเลย ถึงแม้ว่าจะดูแลตนเองในเบื้องต้นแล้ว แพทย์ก็จะวินิจฉัยจากอาการแสดง และ การตรวจดูคอ หรืออาจมีการตรวจเลือด หรือ ตรวจอื่นๆเพิ่มเติม ซึ่งนั่นก็ขึ้นอยู่กับอาการของผู้ป่วย และ ดุลยพินิจของแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง และ ทำการวางแผนการรักษาต่อไป

แต่หากผู้ป่วยละเลย และ ไม่ไปพบแพทย์ ก็อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่นๆได้ เช่น เชื้ออาจลุกลามไปยังบริเวณใกล้เคียง ฝีที่ทอนซิล และ ติดเชื้อในเนื้อเยื่อชั้นลึกของคอ และ ร้ายแรงไปจนถึงขั้นที่เชื้ออาจเข้ากระแสเลือดแพร่กระจายไปยังที่ต่างๆจนทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนกับอวัยวะอื่นๆได้ เช่น เป็นข้ออักเสบชนิดเฉียบพลัน กระดูกอักเสบเป็นหนอง เยื่อหุ้มสมองอักเสบ เป็นต้น

วิธีในการป้องกัน

  • ควรพักผ่อนให้เพียงพอ
  • ควรออกกำลังกายเป็นประจำทุกวัน และ ควรทำให้เป็นนิสัย
  • เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์
  • ควรหลีกเหลี่ยง หรือ พยามอย่าอยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วย
  • ไม่ควรใช้ของร่วมกับผู้ป่วย
  • หมั่นล้างมือบ่อยๆด้วยสบู่

Related Posts